ตัวอักษรใดในพระไตรปิฏกมีไว้เทียบเคียงทางเดินของจิต
ไม่มีตัวอักษรใดในพระไตรปิฏกสักตัวเดียว ที่อ่านแล้วจะทำให้รู้เข้าใจปฏิบัติภาวนาได้ทันที
1.โดยธรรมชาติมันจะแยกกันสองส่วนระหว่างจิตกับกาย หากยังไม่เห็นตรงนี้แสดงว่าจิตยังยึดแน่นในโลกียะ
2.การจะให้เริ่มพ้นจากโลกียะ ต้องให้จิตถอยห่างจากกาย เรียกตรงนี้ว่า “ช่องว่างระหว่างจิตกับอารมณ์”
3.ปกติจะเห็นว่ามีกายอยู่ กายจะติดกับจิต จิตคือผู้ที่มาเห็นกาย ว่ากายเป็นอย่างไรตอนนี้ เช่นเห็นกายอยู่ในกิริยาใด ยืนเดินนั่งนอน ขยับเคลื่อนไหว
4.ที่กายเห็นอะไร เห็นกะพริบๆเห็นอาการเคลื่อนไหว ก็สังเกตุที่จิต (ให้เห็นอย่างไม่มีตัวตนในการเห็น เห็นอย่าง ปรมัตถ์)
5.การสังเกตุที่จิตหมายถึง จิตมีความรู้สึกอย่างไรต่อความเห็นในข้อ4นั้น เช่น สงบ โล่ง ว่าง เบา สงัด อาการที่เกิดที่จิตนี้เรียกว่า “เจตสิก”
ให้จิตถอยห่างจากกาย ตัวเริ่มเพื่อการเดินทางในอริยมรรค
ไม่มีตัวอักษรใดในพระไตรปิฏกสักตัวเดียว ที่อ่านแล้วจะทำให้รู้เข้าใจปฏิบัติภาวนาได้ทันที
1.โดยธรรมชาติมันจะแยกกันสองส่วนระหว่างจิตกับกาย หากยังไม่เห็นตรงนี้แสดงว่าจิตยังยึดแน่นในโลกียะ
2.การจะให้เริ่มพ้นจากโลกียะ ต้องให้จิตถอยห่างจากกาย เรียกตรงนี้ว่า “ช่องว่างระหว่างจิตกับอารมณ์”
3.ปกติจะเห็นว่ามีกายอยู่ กายจะติดกับจิต จิตคือผู้ที่มาเห็นกาย ว่ากายเป็นอย่างไรตอนนี้ เช่นเห็นกายอยู่ในกิริยาใด ยืนเดินนั่งนอน ขยับเคลื่อนไหว
4.ที่กายเห็นอะไร เห็นกะพริบๆเห็นอาการเคลื่อนไหว ก็สังเกตุที่จิต (ให้เห็นอย่างไม่มีตัวตนในการเห็น เห็นอย่าง ปรมัตถ์)
5.การสังเกตุที่จิตหมายถึง จิตมีความรู้สึกอย่างไรต่อความเห็นในข้อ4นั้น เช่น สงบ โล่ง ว่าง เบา สงัด อาการที่เกิดที่จิตนี้เรียกว่า “เจตสิก”